People Power Party Fanclub

พรรคพลังประชาชนแฟนคลับ

PPPFanclub

“พรรคพลังประชาชน” คือ นกฟีนิกซ์ ที่คืนชีพขึ้นมา อย่างยิ่งใหญ่

บทความโดย …. ลูกชาวนาไทย

สำหรับผมแล้ว คิดว่าการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ พรรคพลังประชาชน ชนะไปแล้วครับอย่างขาวสะอาด เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับชะตากรรมแล้ะการทดสอบการทำลายล้างอย่างหนักหน่วง แต่ก็ "รอดจากการสูญพันธุ์" มาได้ และกับกลายมาเป็นพรรคที่เป็นพลังหลัก ในสนามเลือกตั้ง อย่างไม่น่าเชื่อ ในช่วงต้นปี คมช.ถึงกับพูดว่า ต้องเล่นงานเอาให้สูญพันธุ์

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี จะได้เป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ผมว่าคือ กำไรของ พปช.ทั้งสิ้นครับ ไม่มีอะไรเสียหายทั้งสิ้น

วันนี้ พปช.สามารถรักษาฐานที่มั่นเอาไว้ได้ รักษาพรรคเอาไว้ได้ รักษาแนวทางพรรคเอาไว้ได้ นี่คือ กำไรอันยิ่งใหญ่

ถือว่า พปช. พัฒนาการผ่านพ้นระยะแรกของการดำรงอยู่ไปแล้ว ตอนนี้เหมือนผีเสื้อเจาะดักแด้ออกมาแล้ว จากหนอนกลายเป็นผีเสื้อแสนสวย “ผีเสื้อแห่งประชาธิปไตย” “ผีเสื้อต่อต้านเผด็จการ” ไปแล้ว จากหนอนที่ดูหน้าเกลียดบ้างในช่วงต้น เพราะต้องรวมพวกนักการเมืองเขี้ยวลากดินเข้ามาเพื่อการก่อกำเนิดช่วงเป็นไทยรักไทย แต่ก็สามารถสลัดนักการเมืองเหล่านั้นออกไปได้ โดยที่ พปช.ยังสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและยิ่งใหญ่ นี่เป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของพรรคพลังประชาชน พรรคของมหาชนโดยแท้

ตอนนี้ พรรคพลังประชาชน หรือไทยรักไทย ได้พัฒนาการจากพรรคธรรมดา ไปในแนวทางของพรรคมวลชนแล้ว กลายเป็นสมบัติของประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลไปแล้วสมบัติที่ประชาชนได้เรียนรู้ ต่อสู้ร่วมกันว่าต้องรักษาพรรคของประชาชน พรรคของชาวรากหญ้า เอาไว้ให้ได้

ตอนนี้ ไทยรักไทยที่เปลี่ยนชื่อ เป็น "พลังประชาชน" พิสูจน์แล้วว่า เมื่อ ท่านายกฯทักษิณไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค พรรคก็อยู่ได้และเติบโตได้ พรรคพัฒนาการผ่านจากหัวหน้าพรรคคนแรก เข้าสู่หัวหน้าพรรคคนที่สองแล้ว แม้จะอาศัยบารมีหัวหน้าคนแรกในการเติบโต โอบอุ้ม ค้ำจุน แต่นั่นก็เป็นธรรมดาของการกำเนิดพรรคการเมืองทั่วไปในระยะเริ่มแรกที่ต้องพัฒนาการขึ้นจาก ผู้นำเชิงบารมีมาก่อน แล้วจึงอาศัยบารมีของผู้นำนั้นพัฒนาการไปเป็นพรรคของมหาชนในภายหลัง ไม่มีทางที่พรรคจะเกิดขึ้นจากมหาชนได้ เพราะมหาชนกระจัดกระจายไม่อาจรวมตัวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ยกเว้นว่าเกิดผู้นำบารมีขึ้น แล้วพัฒนาการต่อไป

ตอนนี้ประเทศไทยมีพรรคการเมือง ยิ่งใหญ่ของมหาชน สองพรรคแล้วคือ “พรรคประชาธิปัตย์” กับ “พรรคพลังประชาชน” ถึงแม้ว่าสองพรรคนี้จะต่อสู้กันในทางการเมือง เป็นปรปักษ์กัน แต่นั่นคือ ธรรมชาติของพรรคการเมืองที่ต้องต่อสู้แข่งขันกัน ไม่มีทางที่พรรคใหญ่สองพรรคจะสามัคคีปรองดองเป็นฝ่ายเดียวกันได้ ไม่ว่าประเทศไหน

ผมถือว่านี่คือการพัฒนาการครั้งยิ่งใหญ่ของการเมืองไทย

สำหรับ คมช. เป็นแค่พายุร้าย ที่โหมกระหน่ำเข้ามาพิสูจน์ความเป็นประชาธิปไตยของไทยเท่านั้น และกลายเป็น การพิสูจน์ต่อ พรรคพลังประชาชนไป อย่างคาดไม่ถึง

คมช. ได้กลายเป็น”ไฟศักดิ์สิทธิ์” ที่เกิดขึ้นมาเพื่อทดสอบพรรคไทยรักไทย (พลังประชาชน) อย่างแท้จริง

ท่านนายกฯทักษิณเคยพูดไว้ที่ฮ่องกง เมื่อตอนรับตำแหน่งนายกฯ ใหม่ๆ ว่า เอเชียเปรียบเสมือนกับ "นกฟีนิกซ์" ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากการถูกเผาเป็นเถ้าถาน นกฟีนิกซ์ที่เป็นอมตะ ฆ่าก็ไม่ตาย

"ไทยรักไทย คือ นกฟีนิกซ์ที่ฟื้นคือชีพ ขึ้นมาในนาม พลังประชาชน"

แข็งแกร่งกว่าเดิม และฆ่าอย่างไรก็ไม่มีวันตาย

ขณะนี้ผมคิดว่า พัฒนาการของพรรคพลังประชาชน เข้าไปสู่ความเป็นพรรคมวลชนแล้ว

ทั้งนี้ต้องขอบคุณ คมช. และตุลาการรัฐธรรมนูญที่ตัดสิทธินักการเมืองหลักใน ไทยรักไทยไปทั้งหมด ทำให้ ในพรรค พปช. ขาด Fraction ที่เข็มแข็ง ขาดแกนนำหลักที่มีอำนาจครอบงำคนอื่นๆ คนที่เหลืออยู่จึงมีสถานภาพในทางอำนาจไม่แตกต่างกันมากนัก ไม่มีใครมีอำนาจมากเกินไป ทำให้ การบริหารจัดการและการพัฒนาพรรคกลายเป็นประชาธิปไตยไปโดยปริยาย

ผมว่านี่เป็นโชคในคราวเคราะห์มากกว่า และต้องถือว่า พปช. ได้รับมรดกก้อนมหึมามาจากท่านนายกฯทักษิณ นั้นคือ ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนายกฯทักษิณ เทมาให้พลังประชาชนทั้งหมด ทำให้พรรคนี้เกิดและโตในทันที

ที่เหลืออยู่ก็เพียงแต่พัฒนาการองค์กรพรรคให้เข็มแข็ง พัฒนาเครือข่ายให้เข็มแข็ง

ผมว่า นักการเมือง 111 คนรวมทั้งท่านนายกฯทักษิณ หากกลับประเทศไม่มีบทบาททางการเมืองที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ก็ต้อง ไปทุ่มเทพัฒนาพรรคและทำงานให้พรรคมากกว่า ซึ่งจะทำให้ พปช. เข็มแข็งมากขึ้นไปอีก

การต่อสู้ทางการเมืองที่เข็มข้น และต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดร่วมกันจะกลายเป็น "พลังหล่อหลอม" ให้บุคคลากรของพรรค และมวลชนของพรรคเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

พปช. ตอนนี้อุดมการณ์มีพร้อมแล้ว นโยบายมีพร้อมแล้ว องค์กรพรรคมีแล้ว จุดร่วมในการต่อสู้มีแล้ว เงินทุนและ มวลชนที่สนับสนุนมีสมบูรณ์แล้ว

นี่คือปุ๋ยชั้นดีของพรรคการเมืองนี้ ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งพรรคนี้ได้แน่นอน Victor Hugo กล่าวว่า “ไม่มีพลังอำนาจใดๆ ที่จะสามารถสะกัดกั้นความคิด ที่เวลาของมันมาถึงได้” (No power on earth can stop an idea whose time has come) เวลาของพรรคประชาชนมาถึงแล้ว ทศวรรษนี้เป็นทศวรรษของทักษิโณมิกส์ ต่อให้ใครยิ่งใหญ่แค่ไหนก็กำจัดแนวคิด แนวทางที่เวลาของมันมาถึงแล้วไม่ได้

การต่อสู้ในการเลือกตั้งก็มีแพ้มีชนะ เหมือนพรรคกรรมกร และพรรคอนุรักษ์นิยม ของอังกฤษ ซึ่งพลัดกันเป็นรัฐบาลและเป็นฝ่ายค้านคนละนับสิบปี

การเป็นฝ่ายค้านหรือ รัฐบาลจึงไม่ใช่ปัญหา สำหรับพรรค พปช. แล้วครับ

Share 

แสดงความเห็น

คุณต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ People Power Party Fanclub ของจึงจะแสดงความเห็นได้!

เข้าร่วมแฟนคลับนี้

ลิ๊งค์เพื่อนบ้าน

ดนตรี

Loading…

ข่าวการเมือง

© 2009   Created by PPPFanclub on Ning.   Create a Ning Network!

Badges  |  Report an Issue  |  ความเป็นส่วนตัว  |  Terms of Service